Software Siam Board

 

 

ค้นหา
ดู: 2977|ตอบ: 0
go

MP3 / MP4 คือ อะไร

Rank: 3Rank: 3

เข้าใช้ล่าสุด
7-11-2010 
ระดับการอ่าน
20 
ชื่อเสียง
0  
ความดี
0  
สตางค์
57  
เครดิต
86 
จำนวนโพสต์
29 
กระทู้
26 
UID
754 
โพสต์เมื่อ 7-11-2010 20:58 |แสดงโพสต์ทั้งหมด
MP3 คืออะไร  
MP3 ย่อมาจาก MPEG Audio Layer 3 (ไม่ใช่ MPEG เวอร์ชั่น 3 อย่างที่หลายๆคนเข้าใจ) MPEG เป็นชื่อย่อของคณะทำงาน Moving Picture Export Group ที่ได้วางมาตรฐานของการย่อข้อมูลภาพเคลื่อนไหว เช่น ภาพยนตร์หรือวิดีโอที่บันทึกในคอมพิวเตอร์ให้มีขนาดเล็กลง เพื่อให้สามารถบันทึกลงในสื่อ เช่น ฮาร์ดดิสก์หรือแผ่นซีดีได้พอ ลองนึกภาพข้อมูลที่ไม่มีการย่อ เช่น แผ่นเลเซอร์ดิสก์แบบเดิมที่มีขนาดพอๆกับแผ่นเสียง ด้านหนึ่งบันทึกได้ประมาณ 1 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันสามารถย่อลงในแผ่นวิดีโอซีดี (VCD) ขนาดเท่าแผ่นซีดีธรรมดา ซึ่งก็บันทึกได้ประมาณหน้าละ 1 ชั่วโมงเช่นเดียวกัน ซึ่งทั้งสองอย่างหากบันทึกหนังยาวเกินชั่วโมง ก็ต้องกลับหน้าใหม่หรือเปลี่ยนแผ่นเหมือนกัน

หากเปรียบเทียบแผ่นเลเซอร์ดิสก์กับแผ่นวิดีโอซีดีต่อ ก็จะเห็นได้ว่าคุณภาพของภาพและเสียงของเลเซอร์ดิสก์นั้นดีกว่าวิดีโอซีดี ทั้งนี้เพราะการย่อข้อมูลในแบบนี้จะทำให้คุณภาพของภาพและเสียงลดลงไปบ้าง เช่น ถ้าเป็นภาพก็อาจขาดความคมชัดหรือเกิดเป็นจุดสี่เหลี่ยมเป็นบางครั้ง แต่ถ้าเป็นเสียงก็อาจขาดความสดใส หรือรายละเอียดของเสียงบางช่วง บางความถี่จะหายไป แต่ก็ไม่มากนัก ขึ้นกับเครื่องมือที่ใช้เล่นและความไวของผู้ฟังผู้ชมแต่ละคน แต่โดยทั่วไปแล้วก็จะอยู่ในเกณฑ์ที่พอรับได้สำหรับภาพ หรือถ้าเป็นเสียงก็อาจแยกความแตกต่างไม่ออกถ้าไม่ตั้งใจฟังนัก

MP3 ก็คือเทคโนโลยีที่ใช้ย่อข้อมูลเสียงของมาตรฐาน MPEG 1 นั่นเอง โดยสามารถย่อข้อมูลเสียงให้เล็กลงได้ประมาณ 10 ถึง 12 เท่าเมื่อเทียบกับข้อมูลเสียงแบบเดิมๆ ที่ได้จากการบันทึก เช่น ไฟล์ .wav ที่ได้จาก Sound Recorder ของ Windows เอง หรือแปลงจากเพลงที่บันทึกในแผ่นซีดีเพลงทั่วไป ออกมาตรงๆ ซึ่งจะมีขนาดประมาณ 10 เมกะไบต์ต่อเสียงความยาว 1 นาที ในขณะที่ MP3 จะมีขนาดเพียงประมาณ 1 เมกะไบต์ต่อ 1 นาทีเท่านั้น ดังนั้นถ้าแผ่นซีดีเก็บได้ 650 เมกะไบต์ก็จะบรรจุเพลงแบบ MP3 ได้ถึง 650 นาทีหรือเกือบ 11 ชั่วโมง!  
  
Note:
อย่างที่บอกแล้วว่าการย่อข้อมูลเสียงแบบนี้จะสูญเสียคุณภาพไปบ้าง เช่น เวลาแปลงกลับจะได้ผลแค่ใกล้เคียง แต่ไม่เหมือนเดิม 100% ดังนั้นถึงจะย่อได้มากเป็นสิบๆเท่า แต่ MP3 ก็เอาไปใช้กับการย่อข้อมูลคอมพิวเตอร์ประเภทอื่นๆ เช่น โปรแกรมหรือไฟล์ข้อมูลไม่ได้ เพราะข้อมูลเหล่านั้นเวลาขยายกลับ ถ้าไม่ได้เหมือนเดิม 100% ก็จะใช้ไม่ได้เลย สำหรับการย่อโปรแกรมหรือไฟล์ข้อมูลทั่วๆไปต้องใช้โปรแกรมจำพวก WinZip แทน
  
MP3 กับอินเตอร์เน็ต
มีข้อสังเกตอีกข้อหนึ่งก็คือ โดยทั่วไปแล้วเราไม่ได้เล่นไฟล์ MP3 ผ่านทางอินเตอร์เน็ตโดยตรง หากแต่จะต้องดาวน์โหลดมาทั้งไฟล์ก่อนแล้วค่อยเล่นอีกทีหนึ่ง ส่วนการเล่นไฟล์จากอินเตอร์เน็ตตรงๆ แบบทันทีทันใดนั้นคงจะต้องยกให้เป็นหน้าที่ของโปรแกรมตระ...ล Real ทั้งหลาย เช่น RealPlayer ไปแทน แต่การที่ MP3 เป็นที่สนใจกันขึ้นมาในยุคอินเตอร์เน็ตก็ เพราะคุณสามารถดาวน์โหลดเพลงมาได้ง่ายๆ เช่น ถ้าต่ออินเตอร์เน็ตที่ความเร็ว 56 kbps (โมเด็มใหม่ล่าสุด) ก็ดาวน์โหลดได้เร็วถึงประมาณเมกะไบต์ละ 3-4 นาที หรือพูดง่ายๆว่าดาวน์โหลดเพลงที่มีความยาว 1 นาทีได้ในเวลา 3-4 นาที ดังนั้นเพลงทั่วๆไปที่ยาว 3-5 นาทีก็อาจดาวน์โหลดได้ในเวลาเพียง 10-15 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้โปรแกรมที่ใช้เล่นหรือสร้างเพลง MP3 ก็หาดาวน์โหลดได้ง่ายๆอีกเช่นกัน

อาจมีบางคนสงสัยว่า ทำไมแค่การส่งเสียงผ่านอินเตอร์เน็ตถึงต้องมีมาตรฐานมากมาย ทั้งที่ปกติสายโทรศัพท์ธรรมดาเราก็ส่งเสียงพูดคุยกันรู้เรื่องอยู่แล้ว เรื่องนี้คงต้องขยายความว่าปกติเสียงพูดของคนเราที่ส่งผ่านสายโทรศัพท์จะมีคุณภาพต่ำ คือเอาแค่พอฟังเสียงพูดกันรู้เรื่อง แต่ไม่สามารถส่งเสียงดนตรีได้อย่างดีเพียงพอ เพราะเสียงดนตรีมีทั้งความถี่สูง และต่ำเกินกว่าที่สายโทรศัพท์จะรับได้ และเสียงสูงหรือต่ำที่ว่านี้เอง จะมีส่วนเสริมให้เกิดความไพเราะของเพลง หากขาดหายไปการฟังก็หมดรสชาติ และหากจะลดขนาด หรือย่อเสียงเพลงให้มีคุณภาพแค่พอฟังได้ในระดับเดียวกับที่เราพูดโทรศัพท์กันแล้ว จะลดได้ถึง 100 เท่าโดยประมาณทีเดียว! (คือไฟล์ที่ได้จะเล็กกว่า MP3 แบบที่เราฟังกันนี้ลงไปอีก 10 เท่า)  
  
เทคโนโลยีของ MP3
MP3 ใช้การย่อหรือลดขนาดข้อมูลเสียงที่จะลดให้ได้มาก และยอมสูญเสียคุณภาพเสียงส่วนน้อยไปบ้าง โดยอาศัยการตัดเอาเสียงที่ซ้ำซ้อนกันในแต่ละช่วงเวลาออกไป และเลือกเก็บเฉพาะเสียงที่หูของมนุษย์เราได้ยินชัดเจน ในแต่ละช่วงเวลาเอาไว้ ตัวอย่างเช่น ในช่วงที่เสียงเบสปรากฏชัดกว่าเสียงเครื่องดนตรีอื่น มันก็จะถูกย่อเก็บเอาไว้ด้วย แต่ช่วงไหนเสียงร้องแหลมขึ้นมากลบ เสียงเครื่องดนตรีบางชิ้นที่แทบไม่ได้ยินเลยก็อาจถูกตัดออกไป (นั่นทำให้นักฟังระดับหูทองอีกไม่น้อยที่ไม่ยอมรับ MP3 เพราะไม่สามารถแยกรายละเอียดของเสียงเล็กเสียงน้อยออกมาได้ครบ) ด้วยวิธีนี้ปริมาณข้อมูลที่ต้องเก็บไว้ก็จะลดลงได้มาก  
  
ไฟล์ที่เป็น MP3 มีคุณสมบัติ 2 อย่างที่บอกว่าคุณภาพเสียงเป็นอย่างไร คือ
เก็บข้อมูลเป็นแบบ Mono หรือ Stereo (แยกซ้าย-ขวา)

ปริมาณข้อมูลที่เก็บ ซึ่งวัดเป็นบิตต่อวินาที โดยทั่วไปจะอยู่ระหว่าง 96-128 กิโลบิตต่อวินาที (kbps) ซึ่งยิ่งมากก็ยิ่งเก็บรายละเอียดเสียงได้มากและครบถ้วนกว่า แต่ไฟล์ที่เก็บก็จะมีขนาดใหญ่ไปด้วยตามสัดส่วน

  
ตารางแสดงคุณภาพของไฟล์ MP3 แบบต่างๆ และขนาดไฟล์โดยประมาณ

คุณภาพเสียง การแยกเสียง ปริมาณข้อมูล
ที่เก็บ ขนาดไฟล์
ต่อเสียง 1 นาที
เหมือนโทรศัพท์ Mono (ไม่แยก) 8 kbps 0.06 เมกะไบต์
เหมือนวิทยุคลื่นสั้น Mono (ไม่แยก) 16 kbps 0.12 เมกะไบต์
เหมือนวิทยุ AM Mono (ไม่แยก) 32 kbps 0.25 เมกะไบต์
เหมือนวิทยุ FM Stereo
(ซ้าย-ขวา) 56-64 kbps 0.5 เมกะไบต์
เหมือนแผ่น CD Stereo
(ซ้าย-ขวา) 96-128 kbps 1 เมกะไบต์

  
  
โปรแกรมที่ใช้เล่นเพลง MP3
อธิบายมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ก็จะขอแนะนำโปรแกรมที่ใช่เล่น MP3 เช่น Winamp ซึ่งนอกจากจะเป็นโปรแกรมเล่น MP3 ที่มาก่อนใครเขาเพื่อน และมีการปรับปรุงความสามารถอยู่เรื่อยๆ ทั้งในตัวเองและโดยผ่านทางโปรแกรมเสริมหรือ plug-in แล้ว ยังสามารถเปลี่ยนหน้าตาโปรแกรมหรือ skin ให้แปลกตาน่าสนใจได้หลากหลายอีกด้วย โดยจะดาวน์โหลดได้จาก http://www.winamp.com/ หรืออีกตัวหนึ่งที่คุณอาจมีอยู่แล้วโดยไม่ต้องดาวน์โหลดก็คือ Windows Media Player ที่มากับ Windows 98 Second Edition (ส่วน Windows 98 ของใครที่เป็นรุ่นเก่ากว่านี้ก็ต้องไปดาวน์โหลดมาเองจาก http://www.microsoft.com/) นอกจากนี้ใครที่มี Xing MPEG Player ในเครื่องอยู่แล้วก็ใช้เล่นไฟล์ MP3 ได้เช่นกัน แต่ทั้ง Windows Media Player และ Xing จะขาดลูกเล่นต่างๆไป เช่น สั่งเล่นได้ทีละเพลงเท่านั้น ไม่สามารถตั้งรายชื่อเพลงที่จะเล่นทั้งหมดหรือหรือ play list ได้ เป็นต้น  

เมื่อดาวน์โหลดโปรแกรมมาแล้วก็ติดตั้งลงในเครื่องของคุณ ตามวิธีการของแต่ละโปรแกรม จากนั้นก็เริ่มต้นบรรเลงได้เลย หรือในกรณีที่เป็นโปรแกรมสำหรับเล่นเพลง MP3 โดยเฉพาะนั้น ถ้าอยากจะตั้งลำดับไว้ก่อนว่าจะเล่นเพลงอะไรบ้าง ก็อาจกำหนดไว้เป็น play list ได้ นอกจากนี้ถ้าจะเล่นแบบสลับไปมาหรือ shuffle หรือเล่นซ้ำ (repeat) ก็ทำได้เช่นเดียวกับเครื่องเล่นซีดีทั่วไปนั่นเอง
  
โปรแกรมเล่น MP3 อื่นๆ
Sonique ตัวนี้หน้าตาสีสันสดใส ดูไปคล้ายๆเพจเจอร์ เข้าใจว่ามีที่มาจากทางญี่ปุ่น คุณสามารถดาวน์โหลดจาก http://www.sonique.com/ ได้ มีขนาดประมาณ 2.5 MB  
   
Soritong ตัวนี้ หน้าตาของโปรแกรม ออกจะหลุดโลกแบบโดดเด่น เป็นผลงานของเกาหลี ไฟล์มีขนาดประมาณ 1 MB ดาวน์โหลดได้จาก http://www.sorinara.com/

   
K-Jofol โปรแกรมนี้แจกฟรี และก็มีหน้าตาหลุดโลกอีกเช่นกัน ไฟล์มีขนาด ประมาณ 1 MB ดาวน์โหลดได้จาก http://www.kjofol.org/
   
Wplay ตัวนี้ดาวน์โหลดมาพร้อมกับ BladeEncoder ที่ใช้เข้ารหัสสร้างไฟล์ MP3 ด้วย จากเว็บไซท์ http://www.mp3rulz.com/

คุณต้องเข้าสู่ระบบก่อนจึงจะสามารถตอบกลับ เข้าสู่ระบบ | สมัครสมาชิก

รับวางระบบแลน รับเดินสายแลน รับเดินสายโทรศัพท์

รูปแบบข้อความล้วน|www.softwaresiam.com

GMT+7, 21-12-2014 05:55 , Processed in 0.351850 second(s), 10 queries .

Powered by Discuz! X1.5

© 2001-2010 Comsenz Inc. Thai Language by DiscuzThai! Team.